แหล่งโบราณคดีศรีมโหสถ จังหวัด ปราจีนบุรี

แหล่งโบราณเมืองศรีมโหสถ เคยเป็นที่ตั้งของเมืองในสมัยโบราณ เมื่อราวพุทธศักราช 300 โดยที่กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นและศึกษาหลักฐานต่างๆ ปรับปรุงโบราณสถานมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2529 แหล่งโบราณคดีเมืองศรีมโหสถอยู่ในเขตตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณ 3 หมู่บ้านด้วยกัน ได้แก่ บ้านสระมะเขือ บ้านโคกวัด และบ้านหนองสะแก เมืองนี้มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกว่า เมืองอวัธยะปุระ เมืองโบราณศรีมโหสถแห่งนี้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองปราจีนบุรี ห่างออกไปประมาณ 20 กิโลเมตรท่านั้น ใกล้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 319 และอยู่ห่างจากตัวอำเมือศรีมโหสถไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย

37_200812021657312.

พื้นที่เมืองโบราณนี้ มีความกว้าง 700 เมตร ยาว 1,550 เมตร เนื้อที่ทั้งหมด 742 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา ลักษณะของพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่มุมทั้งสี่มน ทำให้พื้นที่คล้ายกับวงรี มีคันดิน คูน้ำล้อมรอบ ส่วนภายในมีเนินดินและสระน้ำกระจายหลายแห่ง โดยมีสระใหญ่สองแห่งเรียกว่า สระมรกต และสระบัวล้า ซากโบราณสถานที่พบ มีเทวาลัยของพระนารายณ์ในลัทธิพราหมณ์ฮินดู และมีเทวรูปสลักจากหินทราย เป็นรูปเทพเจ้าต่างๆ ได้แก่ พระนารายณ์ พระวิษณุ พระพิฆเณศ นอกจากนี้ยังมีศิงลึงค์ศิลาด้วย ขณะเดียวกันก็มีการขุดค้นพบพระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ทั้งสลักจากศิลา และหล่อด้วยสำริด และยังมีโบราณวัตถุอื่นๆ เป็นจำนวนมาก ส่วนด้านนอกของเมืองศรีมโหสถนั้น ยังมีหลักฐานบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต และร่องรอยของชุมชนขนาดใหญ่ด้วย ปัจจุบันโบราณวัตถุที่พบในแหล่งโบราณคดีเมืองศรีมโหสถ ได้นำไปจัดเก็บไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรีซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ของแหล่งโบราณคดีเมืองศรีมโหสถ

โบราณคดีศรีมโหสถถือเป็นอีกแห่งสถานที่สำคัญในภาคตะวันออกที่เราน่าไปศึกษาเรียนรู้อีกที่หนึ่งค่ะ

Advertisements

โบราณสถานจังหวัดชลบุรี

โบราณสถาน สระน้ำ สระสี่เหลี่ยม เป็นโบราณสถานแหล่งน้ำที่ใช้ในชุมชนโบราณตั้งแต่สมัยทวารวดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

250px-โบราณสถานสระน้ำสระสี่เหลี่ยม1

โบราณสถาน สระน้ำ สระสี่เหลี่ยม แห่งนี้ กรมศิลปากรได้มาสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวัตถุไว้เมื่อ พ.ศ. 2474 ตัวสระเป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยม ขนาด 5C5 วาลึก 2 วาเศษ ได้ขุดตัดหินเป็นหน้าเรียบเล็กลงไปเป็นแนวดิ่ง ได้มุมฉากทั้งสี่ด้าน คล้ายกับเครื่องจักรตัดจึงน่าอัศจรรย์นัก ทางด้านทิศตะวันตกมีบันไดหินลงไป12ขั้น ปี พ.ศ. 2512 กรมชลประทานได้ขุดคลองจาก ท่าลาด อ.พนมสารคาม ผ่านเข้ามาใกล้ได้ขุดดินถมบันไดบางส่วน เหลือไว้ให้เห็นเพียงเล็กน้อย ทางราชการได้ตั้งชื่อของตำบลนี้ตามลักษณะของรูปสระสี่เหลี่ยมว่า ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จ.ชลบุรี ครั้งสมัยพระอินทร์อาสาเป็นเจ้าของเมืองพนัสนิคม ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ปรากฏว่าผู้ใดขุดสระนี้ไว้ เพื่อให้น้าไก่ จึงสันนิษฐานว่า สระนี้ขุดพร้อมกันกับเมืองพระรถ อยู่ที่ตำบลหน้าพระธาตุ ในสมัยทราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 13-17 ผู้ที่ขุดจะต้องมีบุญบารมี ครองบ้านครองเมือง ที่นี้คงเป็นชุมชนแห่งหนึ่งในสมัยนั้น ยังมีรอยเท้าคนโบราณปรากฏบนหินขอบสระด้านทิศเหนือ กาลเวลาต่อมาอาจอพยพย้ายถิ่นฐานหรือล้มตาย จึงกลายเป็นบ้านเมืองร้างไป   หลักฐานทางประวัติศาสตร์ปี  พ.ศ. 2372ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีผู้คนจากบ้านหน้าพระธาตุ อพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยทำมาหากินที่สระสี่เหลี่ยมนี้ กับคนจีนอีกพวกหนึ่งได้ตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายกันอยู่ คนจีนได้ยึดเอาบริเวณสระสร้างห้องแถวเป็นที่อยู่อาศัยและขายของกินของใช้ต่าง ๆ ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า เนินตลาด หรือเดิรตลาด มีตำนานเล่าต่อ ๆ กันว่าพระรถในเรื่องพระรถเมรีทรงได้ขุดสระนี้เพื่อให้น้ำไก่ และยังเสด็จไปพนันตีไก่กับพระเจ้าอู่ทองอู่ไท ที่ ต.ดงน้อย จ.ปราจีนบุรี โดยพนันเอาบ้านเอาเมืองกัน ยังมีหลักฐานทางภูมิศาสตร์ให้เห็นแนวทางเดินของคนโบราณจากบริเวณตำบลหน้าพระธาตุมาถึงสระ และมีคลองจากหน้าพระธาตุมาบ้านหลวงถึงหัวถนน จากหัวถนนมีถนนดินเป็นแนวมาถึงสระสี่เหลี่ยมเลยไปยัง อ.พนมสารคราม อ.สนามไชยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยทราวดีเช่นเดียวกับเมืองพระรถใน อ.พนัสนิคม

ประเภทของโบราณสถาน

โบราณสถานที่แบ่งตามลักษณะการใช้สอยและโบราณสถานที่แบ่งตามวัสดุของสิ่งก่อสร้าง
โบราณสถานที่แบ่งตามลักษณะกากรใช้สอย
1. โบราณสถานร้าง
หมาย ถึง บรรดาสิ่งก่อสร้าง อาคาร สถาปัตยกรรม รูปเคารพ สระน้ำ เขื่อน คันดิน ถนน โบสถ์ วิหาร ปราสาท เทวาลัย ฯลฯ ซึ่งเคยใช้สอยมาแต่ในอดีต แต่ได้ร้างไปจนกระทั่งกลายเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ทางโบราณคดี บางครั้งเรียกโบราณสถานเช่นนี้ว่าโบราณสถานที่ตายแล้ว

2. โบราณสถานที่ยังใช้ประโยชน์
เป็น โบราณสถานที่ยังคงประโยชน์ทางการใช้สอยและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่น โบสถ์วิหารและเจดีย์ ซึ่งประชาชนยังใช้ประโยชน์เป็นที่สักการะและแสดงความนับถือ หรือป้อมปราการ คลอง บ่อน้ำ สระน้ำ รวมทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ย่านตลาดการค้า เป็นต้นโบราณสถานทั้งสองประเภทนี้ จะมีสถานะที่แตกต่างกันตรงที่โบราณสถานร้างนั้นให้คุณค่าในแง่ประโยชน์ ทางวิชาการและเสริมสร้างบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ เป็นหลักฐานสำคัญในทางวิชาการที่สะท้อนให้เห็นฝีมือช่างและตัวแทนของสังคม แต่ละยุคสมัยในอดีตที่ได้จบบทบาททางการใช้สอยแล้ว อย่างสิ้นเชิง ส่วนโบราณสถานที่ยังใช้ประโยชน์ทางการใช้สอยนั้น แม้ว่าในบางแห่งจะได้ผ่านระยะเวลายาวนาน แต่มนุษย์ในอดีตแต่ละยุดสมัย ได้ทำนุบำรุงรักษาสืบต่อมา จึงยังคงทำหน้าที่ทั้งทางด้านวิชาการ ความงาม และประโยชน์ใช้สอย สถานภาพของโบราณสถานดังกล่าวนี้ทำหน้าที่ทั้งในแง่เอกสารและประเพณีวัฒนธรรม ต่อเนื่องกันมาเป็นลูกโซ่ เพราะฉะนั้นบทบาทของโบราณสถานดังกล่าว จึงเป็นพยานที่ให้เห็นการเอาใจใส่ ในการบำรุงรักษาของสังคมมาจนถึงปัจจุบันด้วย

image

วัดใหญ่อินทาราม จังหวัด ชลบุรี

โบราณสถานที่แบ่งตามวัสดุของสิ่งก่อสร้าง

1. โบราณสถานที่สร้างด้วยดิน ได้แก่ กำแพงเมือง คันดิน คูเมือง เนินดิน โบราณสถานที่ปรากฏเศษอิฐหรือซากโบราณสถานบางส่วน รวมไปถึงเนินดินที่เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีเศษภาชนะดินเผา หรือลูกปัด กระจัดกระจายอยู่

2. โบราณสถานที่สร้างด้วยอิฐ ได้แก่ โบสถ์ วิหาร ปรางค์ เจดีย์ ธาตุ อาคารเก่า กำแพงป้อม ประตูเมือง

3. โบราณสถานที่สร้างด้วยหินและศิลาแลง ได้แก่ ปราสาท  และเจดีย์โบสถ์วิหาร เ

4. โบราณสถานที่สร้างด้วยไม้ ได้แก่ เรือนหลวง จวน บ้าน หมู่กุฏิ ศาลาการเปรียญ หอไตร หอระฆัง โบสถ์

Pp02

 

โบราณสถานเมืองเพนียด จังหวัดจันทบุรี

 

คุณค่าและความสำคัญของโบราณสถาน

โบราณสถานมีคุณค่าและความสำคัญดังนี้
๑.  ด้านเอกลักษณ์  เป็นคุณค่าของโบราณสถานที่แสดงการรับรู้ หรือความเข้าใจถึงที่มา สถานที่ตั้ง  ชนชาติ  ความเชื่อ  ศาสนา  ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง  หรือประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น การที่เราเรียนรู้โบราณสถานภาคตะวันออกนั้น ทำให้เราสามารถรู้ถึงที่มาและความเชื่อในการก่อสร้างและวัฒนธรรมที่ผ่านมาในสมัยก่อนได้

๒.  ด้านวิชาการ    เป็นคุณค่าของโบราณสถานที่สะท้อนเรื่องราวในอดีตเป็นข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์  โบราณคดี  สถาปัตยกรรม  ศิลปกรรม  ซึ่งเป็นเครื่องแสดงประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ของชุมชน  ของชาติ  รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น โบราณสถานทำให้เรารู้ถึงอายุในการก่อสร้างและประวัติในการสร้างสมัยก่อนได้ สามารถบอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากลักษณะของวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมได้อีกด้วย

๓.  ด้านเศรษฐกิจ  เป็นคุณค่าของโบราณสถานที่ก่อให้เกิดรายได้ของชุมชนและของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม   จากการที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  สร้างกิจกรรมต่างๆ  อันสืบเนื่องจากการท่องเที่ยว  พร้อมๆ  กับการศึกษาหาความรู้

๔.  ด้านการใช้สอย  เป็นคุณค่าของโบราณสถานที่สามารถนำมาใช้งานได้ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นการใช้งานที่ไม่ก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพ  การเปลี่ยนแปลง  หรือการรื้อทำลายโบราณสถานนั้น เช่น โบราณสถานเมืองเพนียด จังหวัดจันทบุรีนั้นทำให้เรารู้ถึงล่องลอยการก่อสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ใช้ประโยชน์ในสมัยก่อนได้

๕.  ด้านสังคม  เป็นคุณค่าของโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี  เป็นความภาคภูมิใจของคนในสังคม  เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในสังคม

๖.  ด้านการเมือง   เป็นคุณค่าของโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์  การกำหนดขอบเขตหรือการรักษาอธิปไตย  และการสร้างความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งชาติ

๗. ด้านสุนทรียภาพ  เป็นคุณค่าความงามของศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม

 

โบราณสถานภาคตะวันออก

ความหมายของโบราณสถาน
“โบราณสถาน”  ความหมายโดยทั่วไป  หมายถึง  อาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น  ซึ่งมีความเก่าแก่  มีประวัติความเป็นมาที่เป็นประโยชน์ทางด้านศิลปะ  ประวัติศาสตร์  หรือโบราณคดี  นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานที่หรือเนินดินที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  หรือมีร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ปรากฏอยู่  โบราณสถาน”  ความหมายโดยทั่วไป  หมายถึง  อาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น  ที่มีความเก่าแก่  มีประวัติความเป็นมาที่เป็นประโยชน์ทางด้านศิลปะ  ประวัติศาสตร์  หรือโบราณคดี  นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานที่หรือเนินดินที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  หรือมีร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ปรากฏอยู่ ซึ่งโบราณสถานนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบันนี้ เพราะถือเป็นร่องรอยอารยธรรมที่สำคัญที่ทำให้เราได้ทราบข้อมูลทางด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมของประเทศไทยในภาคตะวันออกได้อีกทั้งยังมีคุณต่าทางด้านประวัติศสาตร์ที่บอกถึงอายุสมัยต่างๆของช่วงเวลาในการเกิดวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นเราที่จะรักและหวงแหนโบราณถานของประเทศไทยเราเอาไว้

ลักษณะที่สำคัญของภาคตะวันออก
ภาคตะวันออก  ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ ราบสลับภูเขาลูกเตี้ยๆ บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกมีเทือก เขาจันทบุรีทอดตัวไปทางตะวันตกจนจดกับเทือกเขาพนม ดงรัก ซึ่งทอดยาวจากเหนือถึงใต้ เป็นเส้นแบ่งอาณาเขต ระหว่างไทยกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย มีแม่น้ำสาย สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำระยอง และแม่น้ำประแสร์ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย ชายฝั่งทะเล ที่เรียบยาว โค้งเว้า ท้องทะเลตะวันออกเต็มไปด้วยกลุ่มเกาะน้อยใหญ่หลายแห่ง ที่สำคัญซึ่งได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด ในจังหวัดตราด เกาะเสม็ด เกาะมัน จังหวัดระยอง เกาะล้าน เกาะสีชัง ในจังหวัดชลบุรี ส่วนบริเวณปากแม่น้ำเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนโคลนตมที่แม่น้ำสายต่างๆ พัดพามา เป็นบริเวณ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในภูมิภาคตะวันออก

จากสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ประชากรจึงประกอบอาชีพที่ หลากหลาย ได้แก่ สวนผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด สับปะรด สวนยางพาราที่นำพันธุ์มาจากภาคใต้ มีการทำประมง จำหน่ายอาหารทะเลสด รวมทั้งอาหารแปรรูปต่าง ๆ มีโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งกำหนดให้ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมหนักที่ต้องใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ เป็นแหล่งรวมแร่อัญมณีที่มีค่าของประเทศ รวมไปถึงการเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ของโลกด้วย ซึ่งภูมิภาคแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นสนามบินของทหาร ใช้เป็นที่จอดเครื่องบินขณะร่วมซ้อมรบ ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังใช้เป็นสนามบิน สำหรับเครื่องบินเช่าเหมาของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
ลักษณะโดยรวมของภาคตะวันออกในปัจจุบันคือ จังหวัดระยองนั้น ด้านตะวันตกและด้านเหนือเป็นเขตอุตสาหกรรม ด้านตะวันออกและด้านใต้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ท่องเที่ยว สำหรับจังหวัดจันทบุรี เป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณี ขนาดใหญ่ ส่วนจังหวัดตราดนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะสร้าง สนามบินพาณิชย์ เพื่อเชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วยไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ผลิตชิ้นงานเพื่อเป็นสินค้าออกแล้ว จังหวัดทั้ง 4 ในภาคตะวันออกยังเป็น สุดยอดของแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมากที่สุดด้วย ทุกองค์ประกอบของ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงถูกรวมไว้ ณ ภูมิภาคแห่งนี้